WARNING : เอนทรี่นี้มีการสปอยเนื้อเรื่องของอนิเมะเรื่อง Puella Madoka Magica ถ้าท่านยังไม่ได้ดูและวางแผนจะดู ขอความกรุณาปิดเอนทรี่นี้ไปก่อนเลยครับ 


หลังจากที่ได้ย้อนไปดูมาโดกะอีกครั้งเป็นรอบที่สามแล้ว ก็ได้ลองสังเกตจุดต่างๆ ของเรื่องดู

อย่างที่เรารุ้กันว่ามาโดกะเป็นอนิเมะที่เนื้อเรื่องแน่นมาก ฉายแค่ 12 ตอนแต่สามารถนำเนื้อเรื่องมาตีแผ่เป็นประเด็นให้คุยกันได้พอๆ กับเกม RPG บางเกมเลยทีเดียว แต่คราวนี้ผมไม่ได้มาพูดถึงเนื้อเรื่องของอนิเมะเรื่องนี้ แต่ผมจะมาวิเคราะห์บางจุดของอนิเมะเรื่องนี้ครับ

ด้วยเนื้อเรื่องที่แน่นมากและโคตรมืดมน (สังเกตจากเพลงประกอบ.. ไมเนอร์คีย์แทบทุกเพลง มีไม่กี่เพลงที่เป็นเมเจอร์คีย์ แสดงถึงความมืดมนของเรื่องได้ดีมาก)

โดยไม่แน่ว่าผมอาจจะไม่เขียนเพียงเอนทรี่เดียวก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าผมจะเจอประเด็นในเรื่องเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ หรือแม้ว่าถ้าเจอแล้ว ผมจะนำมันมาเขียนหรือไม่นั่นก็อีกเรื่อง เพราะช่วงนี้ผมเองก็ไม่ค่อยจะว่างสักเท่าไหร่ครับ

=======================================

ประเด็นแรก : การปศุสัตว์ของอินคิวเบเตอร์

น่าจะเป็นจุดที่ทำให้หลายๆ คนเกลียดคิวเบย์ครับ ซึ่งนั่นเพราะว่าเรามองในฐานะที่เรา "เป็นมนุษย์" คนนึง เป็นผู้ถูกกระทำจากพวกมัน

แต่ถ้าลองมองดูในอีกด้านนึง สิ่งที่คิวเบย์พูด ก็ไม่ได้ผิดซะทีเดียว

หน้าที่ของคิวเบย์ในเรื่องก็คือการทำพันธะสัญญากับผู้หญิงช่วงวัยที่สองซึ่งเป็นประเภทของมนุษย์ที่อารมณ์แปรปรวนที่สุด ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นกลายเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ผู้เต็มไปด้วยความหวังในการกำจัดแม่มด

แต่ทว่าเมื่อเมื่อเรามีความหวัง ความสิ้นหวังก็จะเกิดขึ้นมาอย่างสมดุล สุดท้ายแล้ว เมื่อหญิงคนนั้นแพ้ต่อความสิ้นหวัง เธอก็จะกลายเป็นแม่มด

ซึ่งช่วงการเปลี่ยนสภาพจากโซลเจมเป็นกรีฟซีดนั้น จะให้พลังงานชนิดหนึ่งซึ่งคิวเบย์ก็จะเก็บไว้ให้เป็นพลังงานของจักรวาล

คิวเบย์ : พวกเราพัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเพื่อกอบกู้จักรวาล แต่เผ่าพันธุ์ของเราไม่มีสิ่งที่เรียกว่าอารมณ์

คิวเบย์ : ฉะนั้นพวกเราจึงตามหาและสุดท้ายก็เจอพวกเธอมนุษย์ยังไงละ ที่จะสามารถสร้างพลังงานนี้ได้

คิวเบย์ : นั้นคือหน้าที่ของเรา อินคิวเบเตอร์ ที่จะเก็บพลังงานนั้นไว้

มาโดกะ : งั้นพวกเราก็เป็นแค่... ของเหลือใช้สินะ

คิวเบย์ : เธอรู้ไหมว่ามีวัฒนธรรมมากมายในจักรวาลที่บริโภคพลังงานตลอดเวลา

ถ้าเรามองในมุมมองของมนุษย์ ใช่ครับ มันดูโหดร้ายมาก กับการที่ต้องฆ่าคนๆ หนึ่งเพื่อให้จักรวาลนั้นคงอยู่
ฉะนั้นไม่แปลกที่มาโดกะจะบอกกับคิวเบย์ไปว่า "โหดร้าย"

แต่ถ้าลองมองในอีกมุมมองนึงละ? มนุษย์เองก็ทำแบบนี้กับสัตว์ชนิดอื่นไม่ใช่หรอ?
ในเมื่อไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับตัวเอง คิวเบย์เลยบอกกับมาโดกะไปว่า

คิวเบย์ : โลกนี้มีประชากรถึง 6 พันล้านคน แถมยังมีเกิดใหม่เรื่อยๆ แทบจะทุกนาที ทำไมจะต้องสนใจการตายของคนๆ เดียวด้วย?

มาโดกะ : ถ้าเธอคิดอย่างงั้น เธอก็เป็นศัตรูกับพวกเรามนุษย์แล้วละ

คิวเบย์ : ผมอุตส่าห์พยายามให้เธอรู็ถึงคุณค่าของการเสียสละของเธอเลยนะ แต่ดูท่าจะไม่สำเร็จสินะ

คิวเบย์ : เอาเป็นว่าถ้ารู้สึกอยากตายเพื่อจักรวาลขึ้นมาก็บอกพวกเราได้นะ

 

 

ใช่ครับ ถ้ามองในมุมมองของเผ่าอื่น มันก็แค่ "คนๆ เดียวตายไป" เท่านั้นเอง
เหมือนกับที่เราฆ่ามด เรารู้สึกบ้างมั้ยครับว่ามีมดตัวนึงตายไป
เหมือนกับเรายิงนก เรารู้สึกอะไรนอกจาก "ก็แค่นกตัวนึงตายไป"

ฉะนั้น ที่คิวเบย์พูดจึงไม่ใช่เรื่องผิดเมื่อมองในฐานะที่เป็นกลางที่สุด แต่ถือเป็นเรื่องที่โหดร้ายมากต่อเผาพันธุ์มนุษย์ครับ

ในตอนที่ 11... น่าจะนะ

มาโดกะ : จะบอกว่าช่างมันก็ได้หรอ ทั้งที่ทุกคนตายเพราะเธอนะ

คิวเบย์ : ถ้าเธอคิดว่ามันโหดร้าย เธอก็มองข้ามหลักความเป็นจริงไปแล้วละ

คิวเบย์ : ยกตัวอย่าง เธอเคยรู้สึกสงสารต่อพวกปศุสัตว์บ้างไหม?

คิวเบย์ : เพื่อเป็นอาหารมนุษย์ พวกมันจึงถูกปกป้องจากการต่อสู้เอาตัวรอด และจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ และสุดท้ายก็ก็กลายเป็นอาหารของพวกเธอ

ถ้าจะถามว่า สัตว์พวกนั้นเต็มใจมั้ย... ผมยืนยันว่าพวกมันไม่มีทางเต็มใจแน่นอน

ถ้ามีไอ้บ้าที่ไหนมาบอกว่า "สัตว์พวกนี้มันเกิดมาเป็นอาหารพวกเรา"
ผมก็จะตอบกลับไปว่า "แล้วถ้ามึงเป็นอาหารสิงโต มึงจะบอกว่ามึงเกิดมาเป็นอาหารมันหรือไงวะ?"

ใช่ครับ ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเป็นอาหารใคร ไม่มีใครอยากตายเพื่อให้คนอื่นอยู่รอดต่อไป

ทุกสิ่งที่มีชีวิต ล้วนรักชีวิตตัวเองทั้งนั้น

ฉะนั้น มนุษย์ไม่มีสิทธิบอกว่านี่เป็นเรื่องโหดร้าย เพราะพวกเราเองก็ทำเช่นกันครับ...

=======================================

ประเด็นที่สอง : หากวิงวอนหาความหวัง ความสิ้นหวังก็จะถูกโปรยมาอย่างเท่าเทียม

นี่น่าจะเป้นธีมหลักของอนิเมะเรื่องนี้เลยละครับ ซึ่งปรากฎอยู่ในหลายๆ ฉากคือเรื่องนี้มาก

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ผมจะขอยกตัวอย่างเป็นช็อตๆ ไปนะครับ

---------------------------------------

ยิ่งเชื่อว่าตัวเองถูกเท่าไหร่ ยิ่งห่างไกลจากความสุขมากเท่านั้น

นี่เป็นเรื่องที่แม่ของมาโดกะพูดให้มาโดกะฟังครับ แต่ก็เป็นประเด็นหลักของเรื่องเช่นกัน

เมื่อคิดว่าเรื่องที่ตัวเองทำนั้นถูก (ความหวัง) ก็จะทำให้รู้สึกแย่ลงและไร้ความสุข (ความสิ้นหวัง)

ซึ่งนี่เป็นเรื่องจริงที่ปรากฎอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์บ่อยๆ หรือ ในการ์ตูนหลายๆ เรือง รวมทั้งเรื่องนี้

ซึ่งก็ปรากฎในเรื่องอยู่หลายครั้งนัก....

---------------------------------------

ซายากะ ที่เชื่อว่าตัวเองจะเป็นสาวน้อยจอมเวทตร์ผดุงความยุติธรรมอย่างแรงกล้า

เธอเชื่อว่าสิ่งที่เธอทำนั้นถูกมาโดยตลอด นั้นคือการผดุงความยุติธรรม
แต่เธอนั้นกับมีความเห็นไม่ตรงกับเคียวโกะที่ไม่ได้คิดจะเอาแต่กรีฟซีดจากแม่มด ปล่อยให้ร่างอสูรรับใช้กินคนโตเป็นแม่มดค่อยล่า

เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน พวกเธอสองคนเลยสู้กัน เกลียดชังกัน เพราะเขื่อในสิ่งที่ต่างกันนั้นเอง

ส่วนประเด็นที่อาฆาตฮิโตมิที่แย่งคามิโจวทำให้เธอสาปช่างฮิโตมิและสิ้นหวังจนกลายเป็นแม่มดนั้น
เธอได้ขอพรให้รักษาคามิโจวเพราะอยากให้คามิโจวมีความสุข เป้นสาเหตุให้เธอกลายเป็นสาวน้อยจอมเวท

แต่เมื่อคามิโจวหายดีและกลับมาโรงเรียน ก็กลายเป็นว่าเธอได้รู้ความจริงเกี่ยวกับโซลเจมที่ถอดวิญญาณไปใส่ในโซลเจม ส่วนร่างกายก็แค่ร่างไร้วิญญาณที่มีพลังเวทเท่านั้น ก็เลยไม่กล้าไปรักคามิโจว

แล้วแค่นั้นไม่พอ ฮิโตมิยังได้ขอซายากะว่าจะคบกับคามิโจว ทำให้ซายากะสิ้นหวังหนักเข้าไปอีก
(เพราะเหตุผลจากย่อหน้าที่แล้ว ทำให้ซายากะไม่อาจสารภาพรักคามิโจวได้)
และเธอก็เริ่มเกิดแผลในใจว่า "ทำไมชั้นไม่ปล่อยให้ฮิโตมิตายไปตั้งแต่ตอน 4 นะ"
และเธอก็เริ่มรู้สึกผิด เธอเริ่มสับสนว่าเธอใช่ผู้ผดุงความยุติธรรมแน่หรอ

"เธอทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่จริงๆ งั้นหรือ?"

และสุดท้าย เธอก็คลั่งเหมือนกับในช่วงท้ายของตอน 7 - ช่วงต้นของตอน 8

แม้โฮมุระจะพยายามจะช่วย (เพราะไม่อยากให้มาโดกะเห้นซายากะตาย ไม่ใช่อยากช่วยซายากะ)
แต่เพราะเธอปักใจเชื่อว่า "ชั้นถูกต้อง ชั้นจะไม่เป็นเหมือนพวกเธอ" ก็เลยปฎิเสธโฮมุระ

เธอตัดสัมพันธ์กับคนอื่น ไม่คิดจะขอความช่วยเหลือใคร เพราะเชื่อว่าเธอคิดถูกต้องที่สุด
และสุดท้ายก็ถูกเติมเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง กลายเป็นแม่มดในที่สุด

---------------------------------------

เคียวโกะ กับครอบครัวที่แตกแยกของเธอ

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวพ่อของเคียวโกะ ที่เป็นบาทหลวงครับ

เพียงแค่พ่อของเธอพูดถึงหลักคำสอนที่ไม่ได้บัญญัติอยู่จริง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
แค่เขาคิดแตกต่างจากคนอื่นเท่านั้น... แต่ไม่มีใครยอมเชื่อ

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงนักวิทยาศาสตร์หลายๆ คนในอดีตที่พอเผยแพร่ความรู้ของตนออกไป
กลับถูกทางศาสนจักรเพ่งเล็งว่าเป็นพวกนอกรีต และเกิดการเสียสละอยู่หลายๆ ครั้ง
เช่น กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ที่โดนจับเผาทั้งเป็น ทั้งๆ ที่เรื่องที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง
และสุดท้าย ความรู้ของเขาก็สืบต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นหนึ่งเรื่องในวิชาฟิสิกซ์

เคียวโกะเห็นเช่นนั้น เธอจึงขอพรกับคิวเบย์ว่า "ขอให้ทุกคนจงฟังพ่อชั้นซะ!"

แต่เมื่อความลับแตกออก พ่อของเธอกลับบอกเธอว่า

"เธอเป็นแม่มด ร่ายมนตร์หลอกหลวงประชาชนงั้นหรือ?"

และสุดท้าย ครบอครัวเธอก็แตกแยกไป

สื่งที่เคียวโกะขอนั้น เธอเชื่อว่าเธอขอในสิ่งที่ถูก ขอในสิ่งที่พ่อต้องการ (ความหวัง)
แต่ทำไม พ่อถึงไม่พอใจ? สุดท้ายก็คลั่งฆ่าล้างครอบครัว (ความสิ้นหวัง)

ทำไมเธอช่วยเหลือพ่อของเธอ แต่ไม่ได้สิ่งที่ดีตอบแทนกลับมากันละ?
นั่นเป็นเรื่องของการที่เธอไปคิดแทนคนอื่นครับ

เธอคิดว่าเธอเข้าใจพ่อของเธอ... ทั้งที่แท้จริงแล้วไม่เลย
แม้เรื่องที่เธอจะทำจะเป็นเรื่องดี แต่ถ้าทำโดยไม่เข้าใจอีกฝ่ายโดนแท้จริง
ผลลัพท์ที่ออกมา ก็อาจจะออกมาได้ทั้งด้านดีและด้านแย่

เพราะเรื่องนี้นั้น ทำให้เคียวโกะตัดสินใจว่า
"เธอจะไม่ใช้เวทมนตร์เพื่อใครอีกเป็นครั้งที่สอง"
นั้นก็เพราะว่า...

การที่เธอวิงวอนขอความหวังนั้น กลับให้ความสิ้นหวังมาแทน...

ผมคงจะขอกล่าวเกี่ยวกับเคียวโกะแค่นี้ เพราะว่าเอาแค่ภาพที่ผมแปะไว้ ถ้าคิดสักนิดก็จะสามารถตีความให้กระจ่างได้แล้วครับ

=======================================

เอนทรี่นี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ก่อน เพราะผมเองก็ชักจะไม่รู็จะเขียนอะไรต่อแล้ว

จริงๆ แล้วเรื่องนี้มีประเด็นให้พูดถึงอีกมาก เช่น เรื่องของมาโดกะและโฮมุระ เรื่องการทรยศของคำอธิษฐาน และอีกหลายๆ เรื่อง ซึ่งผมอยากจะให้ลองไปคิดกันดูครับ แล้วจะได้เห็นว่าเรื่องนี้.... ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

อนึ่ง มีการเปิดเผยแล้วว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มาโดกะทำพันธะสัญญากับคิวเบย์ในลูปแรกของโฮมุระ

ในดราม่าซีดีแผ่นแรกบอกว่ามาโดกะอยากจะชุบชีวิตแมว (ใน OP) ที่โดนรถชนตาย เธอจึงกลายเป็นสาวน้อยจอมเวทครับ

ไม่น่าเลยเนอะ....

ว่าแต่ มีใครสังเกตตอนจบของเรื่องมาโดกะมั้ยครับ? สาวน้อยจอมเวทตร์มีมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์แหน่ะ

และถ้าสังเกตให้ดี ท่านจะเห็นหลายๆ อย่างที่ท่านคุ้นเคย...

เช่นภาพของหญิงสาวที่กำลังสิ้นหวังกับสงคราม ในสงครามแถวๆ เอเชียกลาง-เอเชียตะวันตก

เช่นภาพของหญิงสาวที่กำลังสิ้นหวังในขณะที่กำลังอยู่บนรถไฟในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ภาพของวีรสตรีที่เริ่มต้นด้วยความหวังและจบลงด้วยความสิ้นหวัง

ในเรื่องนี้ ใครจะไปรู้ว่าครีโอพัตรา กับ โจน ออฟ อาร์ค จะปรากฎตัวในเรื่องจริงๆ ในฐานะ "สาวน้อยจอมเวทตร์"

หวังว่าเอนทรี่นี้คงจะไม่กระทบใครเข้านะครับ และผมยินดีรับทุกความเห็น ทั้งทางบวกและทางลบ (แต่อย่าลบมากจนเสี่ยงโดนอุ้มแล้วกัน) ครับ

Comment

Comment:

Tweet

สุดยอดครับ Hot! Hot!

#9 By BK on 2012-01-26 19:44

เขียนได้ดีจริงๆ เราเองก็ดูมาละ ประทับใจ
ชอบเรื่องนี้จริง ๆ ค่ะ ดูจบมาหลายรอบแล้ว
ร้องไห้ทุกรอบ
ขอบคุณที่เขียนบทวิเคราะห์มาให้อ่านนะคะ จะติดตามต่อไปค่ะdouble wink Hot! Hot! Hot!
เรื่องนี้นี่โยงไปถึงหลาย ๆ เรื่องเลยนะเนี่ย
ตกใจก็ตรงที่เปรียบเทียบกับปศุสัตว์
...ม มีดราม่าซีดีด้วยหรอคะ อยากฟังอ่าาาา

#7 By Prajzis on 2011-05-10 02:10

- คอมเม้น 4

ที่ผมใช้คำว่าแย่งนั้น เพราะตั้งใจจะให้ความรู้สึกของทางซายากะจริงๆ ครับ เพราะสำหรับซายากะแล้ว มันก็เหมือนฮิโตมิไปแย่งคามิโจว ทำให้กลายเป็นปัจจัยให้ซายากะโกรธแค้นฮิโตมิครับผม

ซึ่งถ้าเอาตามเนื้อเรื่องจริงๆ แล้ว ผมก็ถือว่าฮิโตมิแฟร์ต่อซายากะแล้วจริงๆ ครับ แต่ผมเชื่อว่ายังไงส่วนใหญ่ที่อ่านเอนทรี่นี้ก็คงเคยดูกันแล้ว ซึ่งก็แล้วแต่จะคิดกันครับ

แต่ก็ขอบคุณที่บอกให้แก้ครับ เพราะจะว่าไปก็เกรงว่าคนที่ไม่เคยดูมาก่อนจะเข้าใจผิดครับ ขอบคุณมากครับ confused smile

#6 By •NitroZTH-JaMeZ• on 2011-05-08 22:53

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ชอบอะ สุดยอดดbig smile big smile
------------------

#5 By YiM-YiiM on 2011-05-08 22:21

จริงๆแล้วต้องแก้นะคะ ฮิโตมิไม่ได้แย่งคามิโจวมาจากซายากะนะคะ

ไม่ได้แย่งเลยค่ะ ฮิโตมิบอกเรื่องทั้งหมดแก่ซายากะแล้ว ทั้งยังให้เวลา 1 วัน ซึ่งฮิโตมิรู้อยู่แล้วว่าซายากะชอบคามิโจว แต่พอฮิโตมิถาม ซายากะกลับบอกว่าไม่(ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลได้ก็ตาม)

กลับกัน บาสคิดว่าฮิโตมิแฟร์กับซายากะมากไปด้วยซ้ำค่ะ บอกเพื่อนสนิทตัวเองว่าฉันรักเขานะ ถ้าเธอรัก เธอก็ไปบอกเขาก่อนซิ

ประเด็นมันอยู่ที่ตัวซายากะเองล้วนๆค่ะ ฮิโตมิเป็นแค่ปัจจัยกระตุ้นเท่านั้นเอง

สุดท้ายมันก็เป็นช่วงอารมณ์หญิงสาว วัยฮอร์โมนพลุ้งพล่านนั่นแหละค่ะ

#4 By BassYoncE on 2011-05-08 22:16

อ่าแฮ่ม

น๊านนานทีจะออกมาเม้นให้บ้าง

อยากจะบอกเป็นบทความที่ดี แต่ยังจูงใจไม่พอ
ยอมรับว่าที่เขียนมาทั้งหมด นั้นดีมาก ดีจริงๆ
พี่ว่าพี่ชอบ ประเด็นที่ตั้งมาโอเคเลยจ้ะ

อ๊ะ..ให้ดราก้อนบอลเจ็ดลูก

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! สุดยอดค่ะ
แต่เรื่องนังเขียว เราจะขอแค้นต่อไปนะค่ะ

#2 By Lozenges on 2011-05-08 20:18

เอาดราก้อนบอลไปเลยค่ะ ^^ Hot! Hot! Hot!

#1 By あおい-kumo on 2011-05-08 18:47