อาชีพแสนบาป ที่หลายคนใฝ่ฝัน
posted on 02 Nov 2009 21:37 by nitroz in ETCอันเนื่องด้วยผมก็เพิ่งมาสนใจพุทธศาสนา และ ผมก็เพิ่งศึกษาด้านนี้เหมือนกัน และก็ไปเจอบทความนี้มา ก็เลยมาเรียบเรียงให้อ่านกัน
ผมคงจะไม่ปฎิเสธครับ ว่าปัจจุบัน มีนักร้องนักแสงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีเพลงอยู่มากมายบนโลกนี้
หารู้กันไหมว่า นี้เป็นอาชีพที่แสนจะบาปของชาวพุทธ...... ไม่สิ ของโลกใบนี้......
งั้นผมขอยกเนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ข้อ ๕๘๙-๕๙๒ มาพูดให้ฟังละกันนะครับ
เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ตาลปุตตสูตร ว่าด้วยปัญหาของนักเต้นรำชื่อว่าตาลบุตร
ผมจะพยายามเล่าเรื่องย่อๆ ละกันนะครับ
เรื่องมันเกิดขึ้นว่า นักแสดงนามว่า ตาลบุตร สุดยอดนักเต้นรำในสมัยนั้น ได้ตรัสถามพระพุทธเจ้า ว่าเขาเคยได้ยินว่า เมื่อฟ้อนรำแล้วตายไป จะได้เป็นเทวดาผู้ร่าเริง จริงหรือ?
พระพุทธเจ้าไม่ตอบคำถามนี้ และ บอกให้อย่าถาม แต่ตาลบุตรก็ตื้อถาม จนกระทั่งครั้งที่ 3 พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า
"เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ อันมีกิเลสเป็นเครื่องผูกราคะ โทสะ โมหะเข้าไว้ นักเต้นรำเป็นผู้รวบรวมเข้าไว้ซึ่งธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ อันจะทำให้สัตว์โลกเหล่านั้นมีความกำหนัดมากยิ่งขึ้น นักเต้นรำนั้นตนเองก็มัวเมาประมาท ตั้งอยู่ในความประมาท เมื่อแตกกายตายไป เขาย่อมบังเกิดในนรกที่ชื่อว่า ปหาสะ อนึ่ง ถ้าเขามีความเห็นอย่างนี้ว่า นักเต้นรำคนใดทำให้คนหัวเราะรื่นเริง ด้วยคำจริงบ้าง คำเท็จบ้าง ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ ผู้นั้นเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชื่อ ปหาสะ ความเห็นของเขานั้นเป็นความเห็นผิด"
"เราขอกล่าวคติสองอย่างคือ ผู้มีความเห็นผิดจะต้องไปเกิดในนรก หรือกำเนิดเป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง"เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว พ่อบ้านนักเต้นรำนามว่า ตาลบุตร ก็ร้องไห้สะอื้น น้ำตาไหล พระพุทธเจ้าก็ได้บอกไปว่า เราเตือนแล้วว่าอย่าถามคำถามนี้เลย
ตาลบุตรจึงกราบทูลว่า ที่ร้องไห้นั้น ร้องไห้เพราะความเสียใจที่ถูกนักเต้นรำที่เป็นอาจารย์แต่โบราณสืบๆ กันมา หลอก ว่า ถ้าทำให้คนหัวเราะรื่นเริง เมื่อตายไปจะเป็นสหายของเทวดาชื่อปหาสะ ธรรมที่พระพุทธเจ้าเทศน์แจ่มแจ้ง ได้บอกทางแก่คนที่หลงทางอย่างเขา และ สุดท้าย เขาก็ได้บวชและเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
สำหรับนรกขุมที่ผู้ที่ทำผิดในด้านนี้ต้องไปรับกรรม ก็จะเป็น 1 ในขุมนรกใน "อเวจี" นาม ปหาสะ ซึ่งจะเป็นนรกที่สัตว์นรกจะมาเต้นรำกันในเปลวเพลิง หมกไหม้อยู่ในนั้นจนกระทั่งหมดกรรมนี้ ก่อนที่จะโดนฉุดไปรับกรรมอื่นๆ ในขุมต่อไป (ถ้ามี)
สังเกตได้เลยว่า ดาราส่วนใหญ่ที่ยั่วราคา โทสะ โมหะ ส่วนใหญ่จะไม่ตายดี ต้องทุกข์ทรมาณด้วยโรคร้ายก่อนตายเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมักจะเป็นดาราที่ดังๆ นะ ไม่รู้ทำไม สังเกตคือ ถ้ามีเจตนาจริงๆ ส่วนใหญ่จะมีท่าประจำตัว ส่วนพวกที่ทำเพื่อเลี้ยงชีพตนเอง ส่วนใหญ่จะไม่ดัง แต่ตายดี อย่างแปลกประลาด
ไอ้ผมเองก็ไม่รู้ เพราะผมเองก็เรียนวิชาดนตรีอยู่เหมือนกัน เพราะงั้น สำหรับใครที่จะรักจะเป็นจริงๆ จะต้อง "ไม่ได้ทำเพื่อให้คนลืมธรรมะ" แต่ทำเพื่อ "เลี้ยงชีพตนเอง" หรือ "เพื่อทำให้ธรรมะส่องสว่าง" นะ
*อันเนื่องว่าในสมัยพระพุทธเจ้า มีอาชีพแนวนี้ไม่เยอะ เลยเรียกเพียงนักเต้นรำ แต่จริงๆ แล้วก็คือ ดารา นักร้อง นักแสดง นักดนตรี ผู้สร้างกิเลศ บลาๆๆ นั้นแล (สร้างเกมส์ ก็เกี่ยว)
ไว้คราวหน้าจะมาว่าต่อด้วย "บาปจากการเล่นเกมส์" ละกันนะ
#1 By BuGz on 2009-11-02 22:06